Dear mao-nyan
posted on 08 Jul 2009 15:32 by angeltetsu in rec, SID, ThoughtsMao-nyan, we love you XDDD
วันนี้จะแปลบล็อคของมาโอะ อ่านแล้วประทับใจ น้ำตาไหล
http://ameblo.jp/maofish/entry-10295845450.html
อัลบัม [hikari] ของชิโดะขึ้นอันดับ 2 ของ Oricon Chart
วันนี้มีข่าวที่สุดวิเศษตั้งแต่เช้า
อัลบัม [hikari] ขึ้นอันดับสองของอัลบัมชาร์ตเรียบร้อยแล้ว
หลายปีก่อนหน้านี้
หลังจากไลฟ์จบแล้ว
พอร่างกายหายเหนื่อยจากการร้องเพลงทันที
ก็ไปยืนที่ๆขายของของไลฟ์เฮาส์
ร้องเรียกลูกค้าว่า "มีแผ่ขายนะครับ" "กรุณาฟังให้ได้นะครับ"
ไม่ว่าจะมีคนมากแค่ไหน วันนึงขายได้แค่สามแผ่นก็ยังดี
พอกลับไปบ้าน ก่อนนอนในขณะที่ฟังซีดีนั่นก่อนนอน
ก็คิดว่า"ทำไมถึงไม่มีใครหันมาสนใจบ้างเลยนะ" "ผมจะทำยังไงได้บ้า งเพื่อที่จะให้ใครสักคน หรือหลายคนฟังเพลงของผมได้"
วันแล้ววันเล่าที่สับสน
สิ่งที่ทำไปในวันนั้นไม่ได้เสียเปล่า มีความรู้สึกที่ถูกช่วยอยู่เ้ต็มไปหมด
ความรู้สึกผมยังไม่เปลี่ยนไปจากวันนั้น
ทำดนตรีที่ตัวเองเชื่อมั่น อยากส่งไปถึงคนหลายๆคน หรือแม้แต่คนเดียวก็ตาม
ดังนั้น ถ้าหากชอบดนตรีนั้นล่ะก็
อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปใน(หัวใจ)ของคนๆนั้น
หากคนๆนั้นคือเธอล่ะก็
นั่นก็คือ ความหมายมีชีวิตอยู่ของตัวผมในตอนนี้
วันนี้ ก่อนนอนจะตั้งใจฟัง
ทุกคน ขอบคุณจริงๆ นะ
★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★ ★
นั่นแหละ ทำไมไอ้ปาล์มถึงได้รักมาโอะเนียง ทั้งๆ ที่หมั่นไส้ม๊ากกกมากกก ในความ... ของเค้า
ผู้ชายคนหนึ่งที่มักจะยืนถือไมค์ร้องเพลง แล้วมองลงมาที่แฟนเพลงด้วยสายตาที่อ่อนโยน
少しだけも、その気持ちが分かってるよ。
涙が出るほど感動しまた。
เคยรู้สึกคล้ายๆ กันนะ
เคยไปยืนขายซีดีในไลฟ์เฮาส์ให้เพื่อน ไลฟ์เฮาส์ในญี่ปุ่นนี่แหละ
มันแบบ.... ขายอยู่นะ กรุณาเอาไปฟังด้วยนะคะ อะไรแบบนี้
แต่ก็ไม่ค่อยมีคนซื้อเลย......
ต่างจากที่ไทยมากๆ คนไทยยังแบบส่งยิ้มให้ สบตาๆ เค้าก็ซื้อนะ แบบช่วยกันซื้อหน่อย
แต่ญี่ปุ่นเค้าเหมือนกับ ถ้าไ่ม่โดนก็ไม่ซื้อ
นเห็นใจดี น่ารักๆ สบตาส่งยิ้มมันก็ไม่ได้ผล -''- (คนขายไม่สวย ไม่น่ารักพอมั้ง)
การแข่งขันมันสูง มีอะไรดีๆ ให้เลือกได้อีกมากมาย
อ่านบล็อคมาโอะเนียงจบแล้วแบบ เฮ้ยเข้าใจความรู้สึกนะ ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ก็เข้าใจอ่ะ
การเป็นแบนแมนในญี่ปุ่นน่ะ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ
ถ้าคุณเล่นดนตรีอย่างเดียว เลิกเรียนหนังสือ ออกจากบ้านพ่อแม่
สิ่งที่ต้องทำก็คือ ทำงานพิเศษหามรุ่งหามค่ำ เพื่อที่เอามาใช้ค่าอพาตเมนท์ กินอยู่แล้ว
ยังต้องเก็บเงินเพื่อเอาไปเช่าสตูซ้อมดนตรี
เอาไว้ใช้จ่ายค่าไลฟ์เฮาส์ เวลาที่ขึ้นเล่น
ถ้าอยู่บ้าน ยังเรียน ได้เงินจากทางบ้านก็ยังดี แค่ทำพิเศษหาค่าห้องซ้อม เล่นไลฟ์
แต่ก็อีกนั่นแหละ พ่อแม่ที่ไหนจะให้ลูกที่บ้านมัวแต่เล่นดนตรี (แต่งหน้าทาปากคะ?)
เล่นไลฟ์หนนึง อย่างพวกที่เล่นรวมกันหลายๆวงน่ะ
ถ้าแฟนเพลงน้อยๆ ขายบัตรไม่ได้ตามโควต้าที่เค้ากำหนดอ่ะ ก็ต้องจ่ายเงินเองนะ
เช่น ตัวอย่างเช่น(สมมติเลยนะนี่) งานร็อคคุ มีวงเล่นห้าวง โควต้าขายบัตรวงละยี่สิบใบ ใบละ 2000 เยน
2000 x 20 = 40,000 เยน
ถ้าวงดันขายตั๋วได้แค่ 10 ใบ ก็ต้องจ่ายราคาอีก 10 ใบที่ขายไม่ออกเอง เป็นเงิน 20,000 เยน
เหอะๆๆ
แต่ถ้าขายได้เกินยี่สิบใบ ส่วนที่เกินมาวงได้เงินไป.....
เนี่ยแหละ ทำไมพวกวงเค้าถึงได้รักแฟนเพลงนักหนา..... ถ้าไม่มีแฟนเพลง ตายสถานเดียว
ไม่มีวงไหนที่ขึ้นมาได้โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือจากแฟนเพลงหรอก
(เห็นมะ วงคัพเวอร์บ้านเราอ่ะ ส่วนมากโชคดีกว่าญี่ปุ่นอีก
เจ้าของงานออกเงิน ขาดทุนก็เจ้าของงาน)
ทั้งหมดที่เล่ามาคือประสบการณ์ที่เคยเจอกับตัว+มีคนที่เค้ารู้เล่ามาด้วย
ไม่ได้รู้ทะลุไปทุกอย่าง แต่มันก็ทำให้รู้ซึ้งว่าการทำวงมันยากแค่ไหน
เพราะฉะนั้นเวลาที่วงสักวงต้องยุบลงไป ไม่อยากให้ต่อว่าสมาชิกวงอย่างนั้นอย่างนี้
ทำวงมันไม่ได้สนุกอย่างเดียวนะ หยาดเหงื่อ และน้ำตามันก็มี
บอกไม่ได้ว่ามาโอะตัวจริงๆน่ะเป็นคนดีหรือเปล่า
แต่เรานับถือเขาในฐานะที่เป็นแบนแมนที่รักษาจุดยืนของตัวเองไว้ได้
แล้วเค้าสามารถสื่อความรู้สึกของตัวเองมาเป็นคำพูดที่ชัดเจนได้อย่างในบล็อค
อือ ก็เลยซาบซึ้ง ร้องไห้เฉยเลย T.T
คนที่น่าชื่นชมก็คือเพียรพยายามจนมีวันนี้
ไม่ใช่ทุกวงจะประสบความสำเร็จได้
ไม่ใช่ว่ามีความสามารถแล้วจะมาถึงจุดนี้ได้
มันต้องทั้งเก่งและเฮงเท่านั้น จริงๆ
All bandmen, we love you.
edit @ 8 Jul 2009 22:07:15 by Angeltetsu
edit @ 8 Jul 2009 22:37:36 by Angeltetsu

ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะค่ะ
มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยหล่ะ
#1 By Meiling74 on 2009-07-08 22:04