OLD LOVE SONG ~a fade of memory~ (Yoko x Uchi)
posted on 20 Jan 2006 18:41 by angeltetsu in Pieces
Saying I love you
Is not the words I want to hear from you
It's not that I want you
Not to say, but if you only knew
How easy it would be to show me how you feel
More than words is all you have to do to make it real
Then you wouldn't have to say that you love me
Cause I'd already know
การพูดว่าฉันรักเธอ ไม่ใช่คำพูดที่ผมอยากได้ยินจากคุณ
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถ้อยคำใด หากเพียงแต่คุณเพียงรู้ว่าง่ายเพียงไหนที่จะให้ผมได้รู้ว่าคุณรุ้สึกอย่างไร
มากกว่าคำพูดร้อยพันก็คือคุณต้องทำให้เป็นจริง
แล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยว่าคุณรักผม
เพราะผมรู้แล้ว.......
บางสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจ นั่นก็คือความรู้สึกของคุณ.....
จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยเข้าใจ..... ตอนนั้นเราเป็นอะไรกันแน่......
....และสุดท้ายเราก็ได้แต่หันหลังให้แก่กัน....
* * *
ฮิโรกิ ผมไปนอนห้องฮิโรกิได้ไหม เสียงดังอู้อี้จากปลายสายที่โทรจากโทรศัพท์สาธารณะเอ่ยถาม
เอาสิ แต่ว่าต้องรอผมถึงสองทุ่มนะฮะ ผมมีงานต้องทำยังไม่เสร็จเลย
อ๋อ งั้นพอดีเลย ผมซ้อมดนตรีเลิกสองทุ่มที่สตูตรงนี้เองแถวๆที่ทำงานฮิโรกิน่ะ งั้นผมรอที่ร้านเบอร์รี่คาเฟ่ ตรงหน้าสถานีรถไฟนะ
ครับ แล้วเจอกัน
เจ้าของใบหน้าหวานวางโทรศัพท์ พลางนึกไปถึงเจ้าของสายที่โทรเข้ามาเมื่อกี้นี้ ร่างสูง ผมอ่อน ริมฝีปากแดงสด ผิวขาวราวกับไม่เคยโดนแดด.... โยโกย่ามา ยู เขารู้จักกับโยโกก็เพราะว่าอดีตแฟนของเขาเคยทำงานอยู่ที่สตูดิโอแห่งนึงที่โยโกเคยไปใช้ซ้อมดนตรีกับพรรคพวกบ่อยๆก็เลยพบกันบ้าง โยโกใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปิน ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็จะเห็นเขาหิ้วกีตาร์มาด้วยตลอด เมื่อโยโกรู้ว่าเขาทำงานอยู่ย่านธุรกิจในตัวเมืองโอซาก้าก็มักจะมาเที่ยวเล่นที่ทำงานเขาบ่อยๆ โยโกชอบทำตัวเป็นเด็กๆทั้งๆที่อายุมากกว่าฮิโรกิแท้ๆ ทำให้ฮิโรกิอดขำไม่ได้ แต่ที่จริงแล้วภายใต้ใบหน้าที่ดูร่างเริงสดใส โยโกดูจะป็นคนที่โดดเดี่ยวเสียมากกว่า.......
อุจิคุง ผมว่าส่วนนี้เราต้องแก้ลำดับหน่อยไหมฮะ ก็คนนี้เค้าไม่ยอมแสดงก่อน บอกว่าจะมาไม่ทันน่ะฮะ เพื่อนร่วมงานคนนึงเอ่ยถาม
งั้น เอาเป็นว่า เลื่อนคุณTETSU69ขึ้นมาก่อนก็ได้นะ เขาไม่เรื่องมากเท่าไหร่ ส่วนวงนี้เอาไปไว้วงที่สามหรือสี่ หรือถ้ายังไม่ทันอีก เอาไปที่ห้าเลยก็ได้นะ แต่อย่าเอาไปวงสุดท้ายนะ เดี๋ยวแป๊ก ร่างบางตอบอย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล่ว พลางถอนใจนิดๆ ไอ้งานออแกไนซ์eventต่างๆนี่มันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตล่ะก็ เหนื่อยไม่รู้จักจบจักสิ้นเลยล่ะ ยิ่งถ้าเจอศิลปินเรื่องมากเข้าไปล่ะก็ ให้ตายเถอะ!
อ้อ คุณฮาเสะกาว่าคุง แล้ววงอะไรนะ ชื่อยากๆชื่อเป็นขนมๆน่ะฮะ เค้าคอนเฟิร์มมาหรือยังฮะว่าจะเล่นกี่เพลง
ยังเลยครับ คงต้องรออีกหน่อยละมังครับ แต่ไม่น่าจะเกินห้านะ ก็เรากำหนดเวลาไว้นี่ว่าไม่เกิน 30 นาที
โอเค.... งั้นถ้าไม่มีงานอะไรแล้ว ผมกลับเลยละกันนะฮะ ร่างบางพูดพลางลุกขึ้นเก็บของท่าทางรีบร้อน
มีนัดเดทเหรอครับ ฮาเสะกาว่าเอ่ยถามพลางหลิ่วตาล้อเลียน
ใบหน้าหวานได้แต่ส่ายหน้าไปมาเขิลๆ ไม่ตอบอะไร
ก็จะให้ตอบอะไรได้ ก็เขากับยูเป็นอะไรกันเขาเองก็ยังไม่เข้าใจเลย.... ยูไม่เคยพูดอะไรเลยนอกจากคำว่าชอบ ยิ่งคำว่ารักแล้วยูไม่เคยพูดกับเขาสักคำ..... แค่ชอบเท่านั้นน่ะเหรอ?
นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะรู้ตลอดมา แต่ก็ไม่เคยได้รู้เลย ทั้งๆที่รู้ว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันก็เหมือนอยู่กลางสนามรบ ความเสี่ยงสูงแต่ผมก็ไม่ใส่ใจ นั่นแหละคือสิ่งที่ผมพลาดไป
*
*
*
ทำอะไรน่ะยู ดึกป่านนี้เอากีตาร์ออกมานั่งเล่น รบกวนห้องข้างๆเค้านะ ร่างบางนั่งที่ตื่นเพราะเสียงกีตาร์แผ่นๆลุกขึ้นมานั่งงัวเงียบนเตียง
ไม่กวนหรอกน่าฮิโรกิ ผมชอบเพลงนี้นะ ฮิโรกิฟังดูสิ ร่างหนาพูดไปพลาง นิ้วเรียวยาวก็ไล้จับคอร์ดกีตาร์พลางฮัมเพลงในคอไปด้วย
ฮิโรกิเปลี่ยนท่าตัวเองมานอนเท้าคางอมยิ้มกับท่าทีสนุกสนานของคนรักที่ได้เล่นกีตาร์ตัวโปรดของตัวเอง
วันหลังผมแต่งเพลงให้ฮิโรกิดีกว่า ฮิโรกิก็จะได้มีเพลงเป็นของตัวเองไง เจ้าของนิ้วเรียวที่ยังคงจับคอร์ดกีตาร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรื่นเรือง
เอาสิยู ผมรอฟังอยู่นะ
Saying I love you
Is not the words I want to hear from you
It's not that I want you
Not to say, but if you only knew
เพลงนี้เป็นเพลงของเราสองคนสินะ... ในตอนนั้นผมรักเพลงนี้ที่สุดเลย ผมสามารถฟังเพลงนี้วนไปวนมารอบแล้วรอบเล่าไม่รู้เบื่อ
*
*
*
ยูซื้อซีดีมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ นิ้วเรียวยาวของฮิโรกิเก็บซีดีที่วางกองอยู่หน้าเครื่องเสียงที่มุมห้อง
ก็ไปลองฟังๆดูแล้วชอบนี่นา เจ้าของร่างหน้าบนเตียงเอ่ยตอบเสียงอ่อยๆ พลิกตัวลุกขึ้นมาดู ริมฝีปากแดงอมยิ้มนิดๆ
เยอะขนาดนี้ จะฟังกันไปถึงปีหน้าหรือไงกันนะยูจัง ฮิโรกิที่อยู่ในชุดนอนยังคงบ่นต่อ
ไม่ถึงปีหน้าหรอกน่า เดี๋ยวผมแวะมานอนฟังที่ห้องฮิโรกิทุกวัน ไม่นานก็ฟังหมดแล้วน่า พูดจบก็ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น
.....ใครเค้ามีเวลามานอนฟังเพลงกับตัวเองมาขนาดนั้นเล่า ดวงหน้าหวานเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดตอกกลับแก้เขิน
ตอนนั้นผมเองก็ไม่เคยคิดว่า เราสองคนจะไม่มีวันฟังซีดีกองนั้นจนจบด้วยกัน
*
*
*
ฮิโรกิ.....ผมชอบฮิโรกินะ เสียงกระซิบแผ่วที่ข้างหูจากร่างหนาที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่ข้างๆ
ผมก็ชอบยูเหมือนกันฮะ...... ร่างบางตอบพลางหัวเราะเสียงใส พลิกตัวเองไปนอนบนไหล่หนาของคนที่อยู่ข้างๆ มือเรียวยาวจับปลายผมสีอ่อนเล่น ยูชอบผมมากแค่ไหนล่ะ
แค่นี้มั้ง เสียงทุ่มตอบพลางวาดแขนไปในอากาศ
แค่นี้เองเหรอ...... ฮิโรกิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ มือเรียวยาวแกล้งกระตุกผมสีอ่อนที่ตัวเองเพิ่งจับเล่นเมื่อกี้นี้
ไม่รู้สินะ แต่ผมชอบก็ฮิโรกิมากกกกกกกกกกก ว่าแล้วร่างหนาก็พลิกร่างบางให้ลงไปอยู่ด้านล่างของตน
พลันเลือดสูบฉีดหน้าร่างบางร้อนผ่านด้วยความเขินอาย
ไม่เอาแล้วยู นอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าด้วย ว่าแล้วก็พลิกตัวหนีซะงั้นอย่างนั้น
ร่างหนาจึงนอนลงข้างๆตวัดแขนโอบเอวบาง......ซบใบหน้าขาวของตัวเองกับซอกคอขาวเนียน
......เรื่องของเราเก็บไว้เป็นความลับเถอะนะ ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย ยูเอ่ยขึ้นเบาๆ
อื้อ.... ผมก็ไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย ฮิโรกิตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
อ้อมแขนแข็งแรงค่อยๆกระชับกอดร่างบางเข้ามา..........
ฮิโรกิ.....เป็นของผมตลอดไปนะ..........ห้ามมองคนอื่นด้วย............
สิ่งเหล่านี้มักวนเวียนอยู่ในหัวของผมเสมอ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะสลัดมันออกไปได้ และไม่ว่าจะคร่ำครวญมากเท่าไหร่ หรือจะเสียน้ำตามากมายเพียงใดก็ไม่สามารถเรียกให้หวนคืนกลับมาได้เช่นเดียวกัน
*
*
*
ฮิโรกิ ผมต้องไปทำเพลงที่อเมริกาสามเดือนนะ
คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในหูของเขา แม้ว่าจะได้ยินมาหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม
ร่างบางได้แต่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง แทนที่จะไปอยู่ที่สนามบินเพื่อส่งคนรักขึ้นเครื่อง
เขาตื่นนานแล้ว แต่ก็ไม่อยากจะไปส่งยูหรอกนะ ไม่ชอบเอ่ยคำอำลา อย่าว่าแต่สามเดือนเลย แค่สามวันก็จะขาดใจตายแล้ว.....
ฮัลโหล ฮิโรกิไม่มาจริงๆเหรอ ใจร้ายชมัดเลย เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยตัดพ้อ
อ้าว ยูเอามือถือไปด้วยเหรอ ฮิโรกิกลืนเอาเสียงสะอื้นลงคอไป
อ๋อ ก็เอาติดมาจะได้โทรหาฮิโรกิก่อนเครื่องออกไง
....... ดวงหน้าหวานยักหน้าเล็กน้อยราวกับว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า
ฮิโรกิ... ผมจะส่งอีเมวล์ไปหานะ อย่าลืมเช็คเมวล์ล่ะ
อื้อ..................................... ยู....ดูแลตัวเองดีๆนะ ถึงจะทำเป็นไม่สนใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
แน่นอนคร๊าบ อ๊ะ ฮิโรกิเครื่องจะออกแล้วล่ะไว้คุยกันใหม่นะ อย่าหนีไปเที่ยวกับคนอื่นล่ะ
อื้อ.......
แล้วก็อย่างอแงด้วยล่ะ......
เสียงฝ่ายที่โทรมาได้วางสายลงไปแล้ว ร่างบางที่นั่งบนเตียง แผ่นหลังสั่นไหวน้อยๆด้วยแรงสะอื้น เขาทิ้งร่างลงไปนอนบนเตียง เอาจมูกซุกหมอนสูดกลิ่นอายของคนรักที่หลงเหลืออยู่..... สามเดือน ตั้งสามเดือน............. หยดน้ำตาใสๆค่อยๆไหลออกมาจากตาคู่งาม.......
การที่ต้องห่างจากกันทำให้ผมได้รู้ว่า เขาสำคัญกับผมเพียงใด แต่ทว่ายิ่งพยายามจะรักษาความรักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียไปง่ายมากเท่านั้น
*
*
*
ยู ผมถามจริงๆเถอะนะ ยูน่ะรักผมจริงๆหรือเปล่า หรือว่ายูรั้งผมไว้เพราะว่ายูน่ะโดดเดี่ยวเกินไปที่จะอยู่คนเดียว
ยูไม่เคยพูดว่ารักผมสักครั้ง
ยูไม่ใส่ใจผมมานานแล้ว
ยูมักจะเห็นผมเป็นคนสุดท้ายเสมอ
ยูมักจะพาใครอีกคนหนึ่งมาด้วยเวลาที่เรานัดพบกัน
...กว่าจะรู้ตัวก็ไม่เป็นที่ต้องการเสียแล้ว
นี่ฮิโรกิ พูดไม่รู้เรื่องหรือไงว่าไม่อยากคุย อยากอยู่คนเดียว เสียงกระฟัดกระเฟียดเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังขึ้น
ผมก็เข้าใจว่ายูอยากอยู่คนเดียว แต่ยูหายไปเป็นอาทิตย์แบบนี้ผมก็เป็นห่วงนะ ร่างบ่างเอ่ยเสียงสั่น
โอ้ย ให้ตายเถอะ เราห่างๆกันสักพักดีกว่านะ กลับไปเหอะฮิโรกิ ผมอารมณ์ไม่ดี ร่างสูงใหญ่จบบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด พร้อมปิดประตูใส่หน้าร่างบางที่ยืนอยู่เต็มแรง
ลางสังหรณ์บางอย่างมันก็เตือนผมว่า ถ้าหากว่าห่างกันไป เราทั้งคู่ก็จะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก
...... และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ......
*
*
*
ฮิโรกิ เราเลิกกันดีกว่านะ เสียงทุ่มต่ำเอ่ยเขียนด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับพูดเรื่องไม่สลักสำคัญอะไร
.........
เราเข้ากันไม่ได้ ฮิโรกิก็รู้ดีนี่ คนพูดยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงไม่ต่างจากเดิม
เพราะอะไร ที่ผ่านมามันโกหกทั้งเพใช่ไหม? ฮิโรกิเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
อีกฝ่ายได้แต่หลบตาแล้วพูดว่าขอโทษนะ แต่เราเข้ากันไม่ได้ คบกันไปก็ลำบากเปล่าๆทั้งสองฝ่าย
ฟังดูง่ายๆใช่ไหมล่ะ แต่สำหรับผมน่ะไม่ง่ายเลย
...ทั้งๆที่สังหรณ์อยู่แล้ว แต่ไม่เคยเฉลียวใจแม้แต่น้อยว่าจะเป็นจริงขึ้นมา...
*
*
*
หลังจากนั้นไม่นานนัก ผมก็ทราบข่าวของยูกับคนๆนั้น......คนที่ยูมักจะพามาด้วยเมื่อเรานัดกันในช่วงหลังๆ ผมกระดากปากกระดากใจที่จะเรียกคนๆนั้นว่า.......คนรักของยู....... แต่ก็นั่นแหละ ผมคงหาคำอื่นมาใช้กับคนๆนี้ไม่ได้แล้ว
นี่ ฮิโรกิ วันก่อนชั้นเห็นยูทะเลาะกับแฟนกลางถนนเลยล่ะ......
ฮิโรกิ แล้วยูล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ โกรธกันยังไม่หายอีกหรือไง?
ฮิโรกิได้ยินข่าวไหม เขากำลังจะได้เดบิวแล้วนะ
ฮิโรกิ ดูทีวีหรือยังน่ะ PVของยูออกแล้วนะ
นั่นเป็นประโยคต่างๆนาๆที่ผมต้องเจอในทุกๆวัน ทุกคนต่างก็หวังดีกับผม แต่คุณลองคิดดูสิว่า คุณจะลืมได้ไหม ถ้าได้ยินแบบนี้ทุกๆวัน ผมว่าไม่หรอกนะ
*
*
*
YOKOYAMA YOU
ALL ABOUT LOVE OUT NOW!
โปสเตอร์หน้าร้านสะดวกซื้อที่มีใบหน้าคุ้นเคยที่แสนคิดถึงของคนๆนั้น ตอนนี้กลับเหมือนคนไม่รู้จักกัน แค่นี้ก็รู้สึกเหมือนหัวใจตกวูบจากยอดเขาสูงลงไปในหุบเหวที่ลึกเกินที่ใครจะจินตนาการได้
*
*
*
อุจิคุง นี่เป็นตารางงานของเดือนหน้านะ หนักหน่อย ยังไงก็สู้ๆนะ ฮาเสะกาว่าพูดด้วยทีท่าร่าเริงพลางกำมือยกขึ้นเหนือศีรษะ
ใบหน้าหวานยักหน้าน้อยๆ ยื่นมือไปรับตารางงานของเดือนหน้า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดตาดูตารางคร่าวๆ มือเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อย...... ต้องเจอกันจริงๆเหรอเนี่ย
YOKOYAMA YOU LIVE AT SHIBUYA DECEMBER 25, 2004
โชคชะตะมักจะเล่นตลกกับเราเสมอสินะ
*
*
*
ต่อไปผมขอแนะนำทีมงานโปรดักชั่นเลยนะครับ ฮาเสะกาว่าเอ่ยอย่างตื่นเต้นที่ได้พบนักร้องดาวรุ่งซึ่งเป็นที่จับตามองในขณะนี้
.......คุณโยโกยาม่า ยู นักร้องสังกัดคันไซเรคคอร์ดครับ
ส่วนทางนี้ก็คือ คุณอุจิ ฮิโรกิ เป็นโปรดักชั่นเมเนเจอร์คนใหม่ของเราครับ ฮาเสะกาว่ายังคงแนะนำต่อไป
โปรดักชั่นเมเนเจอร์เหรอครับ ยังเด็กอยู่เลยนะฮะ ผมโยโกยาม่า ยู ยินดีที่ได้รู้จักครับ เสียงทุ่มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นราบเรียบราวกับว่าระหว่างสองคนไม่เคยมีอะไรมาก่อน....
ผมอุจิ ฮิโรกิ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ใบหน้าหวานจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าที่เคยเป็นของเขา.... ของเขาเพียงผู้เดียวด้วยความรู้สึกปวดร้าว
สิ่งที่ดีที่สุดของเขาก็คงจะเป็นการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนี่แหละ และนั่นยิ่งทำให้ผมยิ่งรู้สึกเจ็บปวด
* * *
บทเพลงของเรายังดังแว่วอยู่ในสมองของผม เพลงของเราสองคน
เพลงที่เราฟังด้วยกัน.........
เพลงที่คุณร้องให้ผม......
เพลงที่เคยไพเราะวาบหวาม กลายเป็นเข็มที่คอยทิ่มแทงหัวใจให้เจ็บปวดทุกครั้งเมื่อยามได้ยิน
....แทบอยากจะทุบเครื่องเล่นวิทยุในโลกนี้ อยากจะเอาซีดีทุกแผ่นที่มีเพลงนี้มาเผาซะให้สิ้นซาก....
....เพื่อไม่ให้คิดถึงคุณ.....
ผมไม่ดูทีวี ผมเลิกฟังเพลง ผมไม่ฟังวิทยุ ผมไม่แม้แต่จะฟังเพลงโปรดของผม
....เพื่อไม่ให้นึกถึงคุณ.....
ผมเก็บซีดีทั้งหมดที่มีลงกล่องแล้วเอาใส่เข้าไปในใต้เตียง จะได้ไม่ต้องเห็นมันอีก
....เพื่อไม่ให้นึกถึงเรื่องของเรา....
...........แค่ไม่รักกันมันก็เจ็บมากพอแล้ว...........
....เสียงเพลงแว่วดังจากจอทีวี เมื่อดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย....
...จนถึงวันนี้ก็ไม่เคยเข้าใจความรักของคุณ...
What would you do if my heart was torn in two
More than words to show you feel
That your love for me is real
What would you say if I took those words away
Then you couldn't make things new
Just by saying I love you
More than words
.
ฮิโรกิ คิดอะไรอยู่น่ะ? เสียงทุ่มต่ำเอ่ยถาม
อ้อ เปล่าฮะ แค่คิดอะไรเพลินๆนิดหน่อยน่ะ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกช้าๆ รอยยิ้มที่ห่างหายจากดวงหน้างดงามนี้มาแสนนาน
คิดถึงอะไรกันน้า เห็นนั่งหน้าตูมอยู่นานสองนาน เรียกก็ไม่ได้ยิน แอบคิดถึงคนอื่นอยู่หรือเปล่า เสียงเข้มๆเอ่ยแซวทีเล่นทีจริง พร้อมกับหลิ่วตามองอย่างล้อเลียน
ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเก่าๆน่ะ นานแล้วล่ะ อยู่ๆก็นึกถึงขึ้นมาน่ะ เจ้าตัวที่ถูกแซวตอบพลางอมยิ้มนิดๆ
ไปเถอะ ป่านนี้ทุกคนรอแล้วล่ะ ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยขึ้นในที่สุด
ร่างบางยักหน้าน้อยๆ พลางจับมือของเจ้าของใบหน้าคมเข้มที่ยื่นให้ตัวเอง.......
ปลายนิ้วกระชับมือของอีกฝ่าย......รู้สึกอบอุ่นและมั่นใจ.........
....และผมก็คิดว่าผมคงไม่มีวันเข้าใจความรักครั้งนั้นแล้วล่ะ
แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะเข้าใจ เพราะตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะเข้าใจมันอีกแล้วเหมือนกัน......
ท่ามกลางความมืดมิด เรามักจะมองเห็นแสงสว่างรำไรตรงปากทางนั่นเสมอ...
...และเจ้าของมือคู่นี้ก็คือแสงสว่างนั้นที่ผมมองเห็น...
Courtesy from more than word, The Extreme
Authors Comment
มาอีกแล้วฟิคชั่ววูบ อันนี้วูบนาน เขียนไว้ตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน แต่เพิ่งมาเสร็จเอาตอนนี้ แรกๆคิดว่าจะทำเป็นเรื่องยาว แต่คิดไปคิดมา อย่าดีกว่า เขียนนานๆมันโศก แม่นางของดิชั้นคงช้ำใจตายพอดี เขียนเองก็ยังรู้สึกว่าทำไมชั้นดำเนินเรื่องประหลาดๆวะเนี่ย แต่ก็เอาเหอะ ชอบประหลาดๆ อ่านยากๆเนี่ยชอบนัก ( อ่านไม่รู้เรื่องว้อย คนอ่าน) อย่าถามว่าพ่อหนุ่มปริศนาที่มาดามหัวใจของอุจินั่นเป็นใครนะเจ้าคะ อยากให้เป็นใครก็จิ้นกันไปตามสบาย.....
ก็เอาไปอ่านแก้ขัดก่อนละกันเพราะว่าเรื่องEndlessตอนต่อไปเขียนแล้วมันไม่ขำ ทำยังไงก็ไม่ขำอ่ะ เก็บไว้ก่อนเผื่อมีมุขอะไร -_-